Resist Chapter 3 [Minwon Fiction]

[Resist Fiction]
Chapter 3

"พี่ซึงซอล!  หยุด!รอผมอยู่ตรงนั้น อย่าเพิ่งไปไหนนะพี่" เสียงตะโกนดังขึ้นจากโถงทางเดินชั้นสองของอาคารคณะ ที่ตอนนี้แทบจะไร้ผู้คน เพราะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว
มินกยูรีบวิ่งลงบันไดมายังด้านหน้าของอาคาร ที่ๆมีรุ่นพี่ซึงซอลยืนรออยู่
"พี่!!! ผมตามหาพี่ มาทั้งวันเลยนะ" มินกยู พูดทันทีที่วิ่งมาถึง
"ห้ะ มีเรื่องอะไรหรอมินกยู" ซึงซอล ทำสีหน้าตกใจกับความร้อนรนของรุ่นน้องตรงหน้า
"พี่รู้จักคนนี้มั้ย" พูดพลาง หยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วเปิดแกลลอรี่ภาพก่อนส่งให้อีกคน
"ไม่รู้อ่ะ" มองรูปถ่ายในโทรศัพท์อยู่สักพักก่อนตอบ
"พี่ต้องรู้สิ พี่รู้จักคนเยอะจะตาย" ทำหน้าบูดพลางโวยวาย เมื่อได้ยินคำตอบอันไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
"เอ๊าาา" พูดพลางส่งโทรศัพท์คืนให้อีกคน
มินกยูยื่นมือออกไป แต่ยังไม่ทันจะรับอีกคนก็ดึงมือกลับไปเสียก่อน
ซึงซอลจ้องเข้าไปในรูปอีกครั้ง
"เห็นมั้ย พี่คุ้นๆแล้วใช่มั้ย" มินกยูพูดด้วยน้ำเสียงระคนตื่นเต้น
"นายไปเอารูปนี้มาจากไหน"
"ผมก็ถ่ายมาเองสิพี่" ยืดอกทำท่าภูมิใจ
"ที่ไหนหรอ" ซึงซอลยังคงพินิจรูป
"ก็ที่ห้องผมน่ะสิ" มินกยูตอบกลับไป
ซึงซอลไม่พูดอะไรแต่ส่งโทรศัพท์คืนให้อีกคน แล้วทำท่าจะออกเดิน
"เฮ้ย ! เดี๋ยวสิพี่" ตะโกนเรียกพลางสาวเท้าไปให้ทันรุ่นพี่
"สรุปว่าพี่ไม่รู้จักจริงๆหรอ"
"นี่ ~~ ขนาดนี้แล้ว อยู่ในห้องตัวเองแท้ๆ (แถมยังเป็นบนเตียงอีกต่างหาก) นายยังจะมาถามพี่อีกหรอ"
"..." มินกยูทำสีหน้าไม่เข้าใจ
"ก็ผมไม่รู้จักนี่"
"ไม่รู้จัก แต่เค้าอยู่ในห้องของตัวเอง นอนบนเตียงของตัวเองเนี่ยนะ จะอวดอ่ะดิ ทำเป็นมาถาม"
"ห้ะ อวด? เห้ย ! ไม่ใช่แบบนั้นนะพี่ หยุดเลยไม่ใช่อย่างที่พี่คิดเลยนะ"
ซึงซอลไม่พูดอะไรเพียงแค่ทำท่ายักไหล่ใส่อีกคน
"พี่~~ผมบอกว่าไม่ใช่แบบนั้นงัย จริงๆนะ"
"แล้วทุกวันนี้ยังเจอเค้าอยู่อีกหรือเปล่า"
"ก็เจอนะครับ เจอทุกวันเลย"
"อื้ม ถ้างั้นนายก็ถามเค้าเองเลยสิ" ซึงซอลพูดพลางยื่นมือไปตบไหล่ของอีกคน
"แต่..." ยังไม่ทันที่มินกยูจะพูด ซึงซอลก็รีบตัดบททันที ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
"ต้องไปแล้วล่ะ ไว้เจอกันนะ"
พูดจบก็เดินถอยหลังห่างออกไปแล้วเปลี่ยนเป็นวิ่ง

"เริ่มแล้วสินะ จอน วอนอู" ซึงซอลคิดพลางยกยิ้มมุมปากทันทีที่เขาหันหลังให้เด็กหนุ่มรุ่นน้อง

พอนึกขึ้นได้มินกยูรีบยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบ้าง หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลา " 17.17 "
เขารีบตรงกลับไปยังหอพักทันที
20 นาทีต่อมา ไม่ใช่เพราะหอแต่เพราะตึกเรียนที่อยู่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัย ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อย
17.37 เขามาถึงชั้น 7 ของหอพัก พอประตูลิฟท์เปิดออกเขาก็พุ่งตรงมายังหน้าห้องของตัวเองอย่างไม่รอช้า แล้วก็พบว่า ไม่มีใครรอเขาอยู่ที่หน้าประตูห้อง...
“เดี๋ยวนะ นี่ผมกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันนะ แล้วทำไมผมต้องรีบกลับ ทำไมผมต้องคิดว่าจะมีคนมารอถ้าผมกลับมาช้า ไม่มาก็ดีแล้วนี่ ใครก็ไม่รู้ ไม่เห็นอยากไม่รู้จักเลย” เขากำลังเถียงกับตัวเองในใจ

 3 วันต่อมา
วันแรกของการสอบกลางภาค

หงุดหงิด” มินกยูที่นั่งหน้างออยู่ที่ห้องชมรมบาสหลังจากที่สอบวิชาแรกเสร็จ เพราะอะไรก็ไม่รู้แต่มินกยูรู้สึกหงุดหงิดกับทุกสิ่งอย่างที่เจอ
“อ้าว...ทำไมมาอยู่นี่ล่ะ ไม่กลับไปอ่านหนังสือหรอ” ซึงซอลที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาเอ่ยทักขึ้น
หันไปทำหน้างอใส่รุ่นพี่
“เป็นอะไร ทำข้อสอบไม่ได้หรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“พี่....”ลากเสียงยาวพลางขยับตัวมาใกล้
“หืม”
“ทำไงดีอ่ะ”
“อะไรหรอ”
“ก็...คนนั้นอ่ะ”
“คนนั้น? ใคร?”
“คนนั้นหายไปแล้วอ่ะ”
“คนไหน”
“คนที่มาทุกวันอ่ะ หายไปแล้ว เขาไม่มาแล้วอ่ะ”
“นายไปทำอะไรเค้า...” ทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่รุ่นน้อง
“ผมไม่ได้ทำอะไรนะ ก็แค่...กลับช้าวันเดียวเอง แล้วจากนั้นเขาก็ไม่มาอีกเลย”
“สรุปคืออยากให้เขามา?”
“ก็...ผมรู้สึกผิดอ่ะ เหมือนว่าผมทำอะไรผิด หรือผมทำให้เขาโกรธหรือเปล่า รู้สึกไม่ดีเลย”
“อืมมม” ทำท่าคิดก่อนตอบ
“อาทิตย์นี้มีสอบกลางภาค ที่ไม่มาบางทีเขาอาจจะอ่านหนังสือ นายเองก็ควรอ่านเหมือนกันนะ”
“ไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านแล้วอ่า”
“ไม่มีก็ต้องอ่าน กลับไปอ่านหนงัสือได้แล้ว” ซึงซอลพูดพลางดันหลังรุ่นน้องออกจากห้องไป
“พี่ช่วยผมหน่อยไม่ได้หรอ”
“ให้ช่วยยังงัยล่ะ”
“ผมแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร น๊าาาาา”
“เห็นพี่เป็นนักสืบหรองัย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ก็พี่เป็นทั้งประธานชมรมบาสแล้วก็ประธานรุ่น บางทีพี่อาจจะรู้จักเพื่อนของเพื่อน ของเพื่อนเขา อะไรประมาณนี้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ...สรุปคืออยากเจอหรือแค่อยากรู้จัก”
“ก็...ทั้งสองอย่าง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ซึงซอลไม่ตอบอะไรแต่หัวเราะออกมา
“พี่่….ผมเครียดนะ”
“ทำไมไม่กลับไปที่ห้องล่ะ วันนี้เขาอาจจะไปที่นั่นก็ได้นะ ใกล้จะ 17.00 น. แล้ว”
“จริงด้วย งั้นผมไปนะ แล้วเจอกันนะครับ” พอยกข้อมือขึ้นดูเวลา ก็รีบบอกลารุ่นพี่แล้วตรงกลับหอพักของตัวเองทันที

“ได้ผลนะจอน วอนอู” ซึงซอลพึมพำหลังจากที่มินกยูเดินลับตาไป



ที่หอสมุดประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์

“มาอยู่ที่นี่เองหรอ” ซึงซอลเอ่ยทักพลางนั่งลงบนโต๊ะหนังสือ ที่มีรุ่นน้องซึ่งกำลังขมักเขม้นอยู่กับกองโจทย์แบบฝึกหัดตรงหน้า
“สวัสดีครับรุ่นพี่” ละความสนใจจากกองหนังสือ มาทักทายรุ่นพี่
“นายกำลังทำให้เด็กคนนึงไม่มีสมาธิอ่านหนังสือสอบนะ”
“หืม”
“ก็เด็กคนที่นายไปหานั่นงัย”
“อ๋อ...”
“ดูเหมือนว่าแผนของนายจะได้ผลนะ”
“แผน?”
“อ้าว ไม่ใช่แผนของนายหรอกหรอ”
“ก็ไม่เชิงครับ แต่...ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้”
“งั้นวันนี้ก็แวะไปสิ ก่อนที่เด็กนั่นจะลงแดงซะก่อน” พูดจบก็เดินไป
อีกคนไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่ยกยิ้มมุมปากหลังจากที่รุ่นพี่หันหลังให้

19.17 น.
ณ หอพักชาย SVT
“โอ๊ยยย นี่โจทย์มันยากไปมั้ยเนี่ย” มินกยูบ่นพลาง ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของโต๊ะอ่านหนังสือ ตั้งใจว่าจะไปสูดอากาศที่ระเบียงสักหน่อย เพราะนั่งทำโจทย์มาหลายนาทีแล้วแต่ก็ยังแก้โจทย์ไม่ได้สักที แต่แล้วเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ใครกันนะมาเอาป่านนี้” มินกยูเดินไปเปิดประตูด้วยความหน่าย
แต่เมื่อประตูถูกเปิดออกก็ทำให้เขายิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะคนตรงหน้า
ทั้งสองยืนสบตากันอยู่พักใหญ่ เพราะมินกยูมัวแต่ยิ้มดีใจ ส่วนอีกคนก็มัวแต่อึ้งที่ได้เห็นรอยยิ้มกว้างของอีกคน
“อ๊ะ” มินกยูที่ตั้งสติได้ก็รีบขยับตัวหลีกทางให้อีกคนเดินเข้ามา
วันนี้ผู้มาเยือน ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาที่เอาเสื้อสอดเข้าไปในกางเกง กับรองเท้าผ้าใบและกระเป๋าสะพายหลัง ต่างจากทุกวันที่จะมาแบบสบายๆด้วยการปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง เข็มขัดที่ถูกถอดออกไป และไม่มีกระเป๋าสะพาย

พอเข้ามาในห้องก็จัดแจงถอดรองเท้า เดินไปวางกระเป๋าสะพายลงบนพื้นข้างๆเตียงนอน ก่อนจะนั่งลงที่ปลายเตียงแล้วค่อยๆล้มตัวลงนอน

มินกยูอยากจะถามเหลือเกินว่า 3 วันที่ผ่านมาเขาหายไปไหนมา แล้วทำไมเขาไม่มา หรือเขาโกรธอะไรหรือเปล่า แต่ก็กลัวว่าพอถามออกไปเขาก็จะหายไปอีก จึงได้แต่มองอีกคนอยู่เงียบๆ

อีกฝ่ายที่เริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนจ้องตัวเองอยู่ ก็พลิกตัวหันไปสบตากับอีกคน จนทำให้เจ้าของห้องต้องหลบสายตาแล้วทำเป็นว่าตัวเองกำลังยุ่งกับกองหนังสือบนโต๊ะแทน แต่ก็ยังแอบลอบมองไปยังอีกคนที่ตอนนี้นอนในท่านอนหงายและเหมือนว่าจะหลับแล้ว จึงละจากโต๊ะหนังสือไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบหมอนใบโตออกมา แล้วเดินไปหยุดที่ข้างเตียง ขณะกำลังยืนคิดว่าจะทำอย่างไรดี จู่ๆคนที่นอนอยู่ก็ลืมตาขึ้นมา เขาผงะเล็กน้อย แล้วเริ่มพูดตะกุกตะกัก “เอ่ออ...คือออผม...คือหมอน...”
ยังไม่ทันจะพูดได้จบประโยค อีกคนก็ยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นมา “หืม” มินกยูลังเลเล็กน้อย ก่อนที่อีกคนจะลุกขึ้นมานั่งแล้วใช้สองมือคว้าหมอนมาจากมือของอีกฝ่ายมากอด แล้วล้มตัวลงนอนโดยยังคงกอดหมอนไว้และหลับไป

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับแล้วก็พึมพำกับตัวเอง “ไม่ได้ให้เอามากอดสักหน่อย เอามาให้หนุนต่างหาก”

20.07 น.มินกยูเหลือบมองนาฬิกาหลังจากที่ได้ยินเสียงร้องของท้องตัวเอง ก่อนหันไปมองอีกคนที่ตอนนี้นอนกอดหมอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา “หลับสบายเลยนะ” มินกยูนึก ก่อนคว้ากระเป๋าสตางค์ใส่มากระเป๋ากางเกงแล้วออกจากห้องไป

20.27 น.ประตูห้องถูกเปิดออก โดยมีเจ้าของห้องที่หิ้วถุงพะรุงพะรัง เดินเข้ามาแล้วพบว่าคนที่นอนหลับอยู่เมื่อครู่ตื่นแล้วแม้ตอนนี้จะยังคงอยู่บนเตียง แต่...ในสภาพที่ต่างไปจากตอนแรก เสื้อนักศึกษาที่กระดุมสองเม็ดบนถูกปลดออก ชายเสื้อที่ถูกปล่อยออกมานอกกางเกง เข็มขัดที่ถูกถอดออกจากกางเกงก็ถูกวางไว้ที่ข้างๆตัว และท่านั่งแบบนั้นอีกแล้ว นั่งท่าเป็ดอีกแล้ว...

“มินกยูล่ะ อยากจะบ้าตายกับภาพตรงหน้า”

มินกยูแสร้งทำเป็นไม่มอง จัดแจงวางถุงข้าวที่ซื้อมาลงบนโต๊ะ ก่อนนำกล่องข้าวที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อออกมา แล้วหันไปถามอีกคนว่า “หิวมั้ย?”

อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าหงึกๆ มินกยูจึงจัดแจงเตรียมพื้นที่ข้างๆเตียงแล้วเรียกอีกคน “มานี่สิ” เขานั่งลงบนพื้น ก่อนที่อีกคนจะเดินมาถึงแล้วนั่งลงข้างๆเขา

มื้ออาหารเย็นของวันนี้เกิดขึ้นและจบลงอย่างเงียบๆ มินกยูลุกขึ้นไปหยิบน้ำดื่มและส่งให้อีกคนขวดหนึ่ง แต่เขากลับชี้มาที่โคล่าขวดที่มินกยูกำลังดื่มอยู่แทน “อยากกินอันนี้หรอ” ถามออกไป ก่อนส่งให้อีกคนที่รับไปดื่มแล้วอมยิ้มออกมา
“คงชอบมากสินะ” เขานึกขณะมองอีกคนที่ยกดื่มจนหมดขวด แล้วยื่นขวดเปล่ากลับคืนให้เขา
“เอาอีกมั้ย” มินกยูถามออกไป หลังจากที่เห็นว่าอีกคนดูชอบน้ำนี้มาก เขาไม่ตอบอะไรแต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วลุกขึ้นยืนเตรียมจะหันหลังเดินไป มินกยูคว้าข้อมือเล็กไว้ก่อนถามว่า “จะกลับแล้วหรอ” พยักหน้าแทนคำตอบ แล้วทำท่าจะเดินไปแต่ข้อมือก็ยังถูกรั้งไว้โดยอีกคนที่ตอนนี้ลุกขึ้นมายืนตรงหน้าของเขาแทน  

ทั้งสองยืนอยู่อย่างนั้นโดยปราศจากคำพูดใดๆ จนคนตัวเล็กกว่าเริ่มขยับข้อมือเพื่อให้หลุดจาก มือของอีกคน ที่เอาแต่ยืนจ้องหน้าของเขา จนเขาต้องก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของอีกคน

ไม่ใช่ว่ามินกยูไม่มีอะไรจะพูด แต่เขามีคำถามมากมายที่อยากจะถาม มากซะจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาก่อนดี เขาจึงได้แต่ยืนคิดว่า “จะทำอย่างไรกับคนตรงหน้าดี”

"บอกชื่อมาก่อน"เขาตัดสินใจพูดออกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง
อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรแต่คิ้วดกดำนั่นขมวดเข้าหากัน
"บอกชื่อมา" ทำเสียงเข้มใส่ พลางโน้มหน้าลงไปใกล้ และก็เป็นอีกครั้งที่อีกฝ่ายไม่พูดอะไร
"ถ้าอยากออกไปก็ต้องบอกชื่อมาก่อน" เขาตัดสินใจแล้วว่าวันนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าคนๆนี้เป็นใคร ใครกันที่มาทำให้เขาต้องนอนไม่หลับมาหลายคืน

เขายังคงไม่ตอบอะไรแต่เริ่มแกะมือของอีกฝ่ายออกจากข้อมือของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะยิ่งเขาออกแรงอีกฝ่ายก็ออกแรงบีบเพิ่มขึ้นเช่นกัน
มินกยูเดินต้อนอีกคนไปที่เตียงแล้วผลักให้อีกคนนั่งลงที่ขอบเตียง ส่วนตัวของเขาก็ย่อตัวลงนั่งบนพื้นข้างหน้าอีกคน โดยที่ยังไม่ปล่อยมือจากอีกคน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ตอบหลังจากที่เขารออย่างใจเย็น จึงเริ่มเปลี่ยนคำถาม “เราเรียนที่เดียวกันใช่มั้ย” อีกฝ่ายพยักหน้าแทนคำตอบ เมื่อได้รับคำตอบแล้วจึงเริ่มถามต่อ “อยู่คณะเดียวกันใช่มั้ย” เขาพยักหน้าอีกครั้ง “อยู่ปีหนึ่งหรอ” คราวนี้เขาส่ายหน้าแทน “งั้นปีสองหรอ” เขาพยักหน้า
“งั้นก็เป็นรุ่นพี่สินะ” มินกยูพูดพลางคลายมือที่จับข้อมือของอีกคนออก
“นี่เขาจะดูหยาบคายกับรุ่นพี่มากไปหรอเปล่านะ” เขานึกก่อนจะถามคำตอบถัดไป
“แล้วทำไมพี่ถึงชอบมาที่ห้องผม” “พี่รู้จักห้องผมได้ยังงัย” “สรุปแล้วพี่เป็นใครกันแน่” คำถามมากมายที่มินกยูสงสัยถูกพ่นออกมา แต่เขาก็ไม่ได้รับคำตอบจากอีกคนเช่นเคย

“หยุดถามเถอะนะ วันนี้เหนื่อยจะแย่แล้ว อยากกลับห้องไปนอนเต็มทีแล้ว” เขานึกพลางหาววอดใหญ่
“หาวหรอ พี่!! ผมกำลังถามพี่อยู่นะ ทำไมพี่ถึงหาวล่ะ อีกอย่างพี่ก็เพิ่งตื่นเองนะ” มินกยูโวยวาย จนทำให้อีกคนเผลอหัวเราะออกมา แต่ก็ต้องกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้เพราะสายตาจริงจังที่จ้องมาจากอีกคน


“ถ้าพี่ไม่ตอบผมจะจูบพี่เดี๋ยวนี้แหละ” ไม่พูดเปล่าแต่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกคน


To Be Continued ...



minwon fiction by @Serenity17

“ผมไม่รู้เลยว่านิสัยการนอนของผมมันแย่ แม้ว่าบางทีผมจะเคยเห็นว่าหมอนมาอยู่ตรงเอวของผม ตอนที่ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า” - มินกยู  (จากรายการ KBS Cool FM's Lee Soo Ji)

จงแปลงประโยค ต่อไปนี้ให้เป็น  #มินวอน 10 คะแนน

"ผมไม่รู้เลยว่านิสัยการนอนของผมมันแย่ แม้ว่าบางทีผมจะเคยพบว่าตัวเองไปนอนอยู่บนเตียงกับพี่วอนอู ตอนที่ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า” - มินกยู  

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม