Just acting No.1

Just Acting No.1
“วอนอู ~ กลับมาแล้วหรอ มานี่เร็ว ทางค่ายใหญ่เค้าติดต่อเข้ามาให้นายไปเล่นมิวสิควิดีโอน่ะ” เจนนี่ ผู้จัดการสาวสองของนักแสดงหนุ่มที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดตารางงานช่วงปลายปี ให้กับนักแสดงที่เขาดูแล
“ก็ดีนะครับ ตอบรับไปเลย” พูดตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก
“อย่าสักแต่ตอบสิ นายจะไม่อ่านเนื้อเรื่องก่อนหรอ”
“รับไปเถอะครับ งานเอ็มวีดีจะตาย วันสองวันก็จบละ”
“ฟังสักหน่อยสิ มาเดี๋ยวอ่านให้ฟังก็ได้” พูดพลางเปิดเล่มที่ผู้กำกับส่งมาให้เตรียมจะอ่านให้อีกคนฟัง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเจ้าตัวก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว
“อ้าวไปไหนแล้วล่ะ...โอ๊ย ฉันจะทำอย่างไรกับนายดีเนี่ย” ลุกขึ้นยืนบ่นก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งพลางถอนหายใจ
หลังจากที่จัดแจงลงตารางงานและคอนเฟริมงานกับทางผู้จัดแล้ว คุณผู้จัดการก็เก็บข้าวของของตัวเองใส่กระเป๋าถือ เพื่อเตรียมกลับบ้าน เพราะงานต่างๆในวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว เขาเดินไปที่ห้องนอนที่อยู่อีกด้านของห้องชุดหรูที่มีวิวแม่น้ำฮันอยู่เบื้องหน้า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คร้าบบ” เสียงขานรับหลังมาจากด้านใน
“พรุ่งนี้มีงานประกาศรางวัลตอนสองทุ่ม เดี๋ยวจะมารับตอนหกโมงเย็น แต่ทางร้านจะส่งชุดมาให้เลือกตอนเช้านะ”
“โอเค”
“กลับละนะ”
“โอเค”
“พูดคำอื่นไม่เป็นหรือไง นายนี่มันน่าตีจริงๆสิน่า” เขาพึมพำ ก่อนเดินออกจากห้องหรูหลังจากที่บทสนทนาผ่านประตูห้องนอนจบลง
เจนนี่ หรือ ลี ฮยองแท ผู้จัดการส่วนตัวที่ทางค่ายมอบหมายให้ดูแล จอน วอนอู นักแสดงหนุ่ม ที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็กๆจากการชักชวนของเขาเอง ที่ไปเจอกับวอนอู หน้าโรงเรียนด้วยความบังเอิญตอนที่ผ่านไปทำธุระแถวนั้นพอดี จึงได้ทำการติดต่อกับผู้ปกครองและได้เชิญชวนให้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง แม้ว่าวันนั้นเขาจะพบเด็กน้อยหน้าตาน่ารัก แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของไอ้เด็กดื้อในวันนี้ แม้ว่าจะต้องปวดหัวหรือร้อนใจในความเฉยชาและดื้อดึงของเด็กคนนี้ แต่พวกเขาทั้งสองก็ทำงานร่วมกันมาเกือบห้าปีแล้ว
เช้าวันต่อมา ...
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ขัดบรรยากาศในการนั่งจิบกาแฟยามเช้าพลางชมวิวแม่น้ำฮันของเขาเสียจริง
แต่ก่อนที่จะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ก็นึกขึ้นมาได้ว่า พี่เจนนี่บอกไว้ว่าจะมีชุดมาส่ง เขาเดินไปที่ประตูชั้นในแล้วพูดผ่านอินเตอร์คอมให้วางชุดไว้ที่ประตูชั้นนอกก่อนกด ปลดล๊อคประตูชั้นนอกให้ รอจนอีกฝ่ายกลับไปแล้วจึงเดินกลับมานั่งบนโซฟาตัวโปรด
ข้อดีของคอนโดหรูแห่งนี้คือระบบรักษาความปลอดภัยที่แต่ละห้องจะมีประตูสองชั้นโดยชั้นที่หนึ่งจะทางเล็กๆเป็นที่สำหรับนั่งใส่รองเท้าและที่วางตู้รองเท้า แล้วจึงจะเป็นประตูชั้นที่สองซึ่งเป็นประตูเข้าสู่ห้องพัก ทางค่ายเห็นว่าที่นี่ปลอดภัยสำหรับนักแสดงในสังกัดจึงเลือกที่นี่ให้กับเขา แม้ว่าตอนแรกจะบ่นว่าอยากได้บ้านเป็นหลังมากกว่า แต่พอมีข่าวว่ามีพวกซาแซง และนักข่าวที่ไร้จรรยาบรรณชอบไปบุกตามบ้านดารา เขาจึงตัดสินใจที่จะทำตามที่ทางค่ายเสนอ
ห้าโมงเย็น…
“วอนอู~~ อยู่ไหนเนี่ย ทำอะไรอยู่แล้วนี่ทำไมไม่เอาชุดเข้าไปเลือก ทำไมเอาชุดไว้ตรงทางเข้าแบบนี้ล่ะ” พอมาถึงก็บ่นชุดใหญ่ เพราะบรรดาชุดสูทที่ทางร้านส่งมาให้เลือกถูกวางทิ้งไว้ที่ห้องใส่รองเท้า เขาขนชุดทั้งหมดเข้ามาด้านในพลางมองหาเจ้าเด็กแสบ
“วอนอู” ส่งเสียงเรียกอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมา จึงเดินไปที่ประตูห้องนอนก่อนรัวทุบไปที่ประตู สักพักใหญ่ๆประตูก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับเจ้าของห้องที่หน้าตางัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
“หืมม มีอารายหรอครับ” หน้าตาและน้ำเสียงงัวเงียพูดขึ้น
“ยังจะมาถามอีกนะว่ามีอะไร นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ทำไมยังไม่อาบน้ำแต่งตัว”
“อีกตั้งนานกว่างานจะเริ่ม ห๊าววว” พูดพลางหาว
“ไปเลยๆไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย ละชุดก็ยังไม่ได้เลือกเลยดูสิ”
พอไล่ให้ไปอาบน้ำได้สำเร็จก็หันกลับมามองชุด แล้วถอนหายใจ
“ทำไมจะต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากทุกทีสินะ” บ่นพลางหยิบชุดขึ้นมาทีละชุด
แล้วพินิจดูรายละเอียดของแต่ละชุด
“ไหนชุดอ่ะครับ” วอนอูที่เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำถามหาชุดที่ตัวเองจะต้องใส่
“เลือกใว้ให้สองชุดนี้ ชุดอื่นเจ้ว่าดูโตเกินไปหน่อยอ่ะ เอาสองชุดไปลองเทียบกันดูสิ”
“แล้วคิดว่าชุดไหนดีกว่ากันอ่าครับ” เขาพูดพลางมองสองชุดที่ถูกเลือกไว้
“ชุดทางขวาน่าจะดีกว่านะ อีกชุดดูเลื่อมๆไปอ่ะ”
“โอเคงั้นผมใส่ชุดนี้” วอนอูพูดพลางหยิบชุดทางขวากลับเข้าไปในห้อง
“นี่เดี๋ยว...เอาอีกชุดไปลองด้วยสิ” พูดยังไม่ทันจบประตูห้องก็ถูกปิดเสียแล้ว
เขานั่งตรวจทานคิวงานของวันนี้ระหว่างรออีกคนที่ห้องนั่งเล่นสลับกับดูเวลา
“นี่มันจะหกโมงแล้วนะ ทำไมช้าแบบนี้เนี่ย” บ่นพึมพำพลางลุกขึ้นตั้งใจจะเดินไปเคาะประตูห้องนอน แต่ยังเดินไปไม่ถึงดีประตูก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับวอนอูที่อยูในชุดสูทสีดำขลับพอดีตัวเข้ากับขายาวๆและรูปร่างของเขา
“ดูดีมากกกก” เขาเอ่ยชมก่อนหันไปเก็บของแล้วรีบพากันออกจากห้องเพื่อตรงไปร้าน ทำผมเจ้าประจำที่นัดไว้
หลังจากที่แต่งหน้าทำผมอยู่ร่วมชั่วโมง ทั้งสองก็พากันขึ้นรถแล้วรีบตรงไปสถานที่จัดงานทันที
“ขอแวะคาเฟ่ก่อนได้ไหมครับ”
“ไม่ได้ เราไม่มีเวลาแล้ว”
“แต่ผมหิวน้ำนี่” พูดพลางทำหน้าอ้อนใส่อีกคน
“โอเค งั้นรออยู่ในรถนะ จะลงไปซื้อให้ เอาน้ำอะไรล่ะ”
รถตู้สีขาวจอดที่หน้าคาเฟ่ซึ่งเป็นทางผ่าน ก่อนที่ผู้จัดการจะลงจากรถก็ยังไม่วายหันมากำชับว่า “ห้ามลงจากรถเด็ดขาดเลยนะ”
“ครับ รู้แล้วครับ”
หลังจากลงจากรถไปสักพัก ก็กลับมาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มในมือ
“อ่ะ ลาเต้เพิ่มนม” พูดพลางยื่นแก้วให้
พอได้รับเครื่องดื่มโปรดก็อมยิ้ม อารมณ์ดีขึ้นมาราวกับเด็กได้ของเล่นก็ไม่ปาน
จอน วอนอู นักแสดงหนุ่มคลื่นลูกใหม่ ที่มักจะปรากฏตัวตามภาพยนตร์โฆษณาและมิวสิควิดีโอต่างๆ รวมถึงการเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์และซีรี่ส์หลายเรื่อง เข้าวงการและมีผลงานตั้งแต่อายุ 15 ปี ผลงานสร้างชื่อคือโฆษณาชุดนักเรียนยี่ห้อดังในลุคนักเรียนสดใสและไร้เดียงสา
“พอได้แล้ว วอนอู จะถึงแล้วนะ เดี๋ยวก็ปวดฉี่ในงานหรอก” พูดพลางคว้าแก้วในมืออีกคนทันทีที่หยุดรถ
“ยังไม่หมดเล...” พูดได้เพียงเท่านี้ก็ต้องอ้าปากค้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า คุณผู้จัดการยกแก้วลาเต้ซดรวดเดียวหมด ก่อนหันมาบอกว่า
“นี่ไง หมดแล้ว หมดเกลี้ยงเลยเนี่ย”
“ป้าใจร้าย”
“เรียกใครว่าป้ายะ เดี๋ยวตีปาก”
“อันที่จริง ผมไม่เห็นต้องมางานนี้เลย รางวัลก็ไม่ได้”
“แต่นายมีชื่อเข้าชิงนะ”
“ก็แค่เข้าชิงนี่”
“แต่การมางานแบบนี้ คนก็จะรู้จักนายมากขึ้น แล้วพวกผู้จัดต่างๆ็จะเห็นนายมากขึ้น”
ไม่ตอบอะไรแต่หันหน้ามองออกไปด้านนอกหน้าต่างรถ
“ผมไปละ” พูดพลางทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปทันทีที่รถหยุด
“เดี๋ยวๆรอก่อนเดี๋ยวจะมีคนมารับแล้วเขาก็จะพาไปขึ้นรถของงาน เพื่อพาไปที่พรมแดง แล้วอย่าลืมนะ ที่เคยติวมาเรื่องเดินพรมแดง”
เขาพยักหน้ารับรู้
“นายต้องไม่เดินเร็ว ค่อยๆเดินและหยุดให้นักข่าวถ่ายรูป อย่าลืมยิ้ม เพราะรูปจะถูกเอาไปลงข่าว คนจะรู้จักนายมากขึ้นจากงานนี้”
“คร้าบ รับทราบ”
“ตอนนั่งที่นั่งก็เหมือนกัน นั่งให้มันสง่า ห้ามเอนหลัง ห้ามเล่นมือถือ ให้พกไว้เผื่อฉุกเฉินเท่านั้น แล้วอย่าลืมยิ้มเมื่อกล้องจับมาที่หน้า ปรบมือแสดงความยินดีให้คนอื่นด้วย”
“คร้าบ รับทราบทุกสิ่งคร้าบ และจะปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดคร้าบ”
“ดีมาก”  พูดจบก็กดโทรศัพท์โทรหาใครบางคน
“เจนนี่นะคะ น้องมาถึงแล้วค่ะ ค่า ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” พอกดวางสายก็ขับรถเลี้ยวเข้าไปที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมก่อนหยุดรถแล้วหันมาดูความเรียบร้อยของหน้าผมให้อีกคน
“เอาล่ะ ลงจากรถได้ละ”
“ห๊าววว” ยังไม่วายหาวก่อนลงจากรถ
“ไหนมาดูความเรียบร้อยอีกทีสิ” พูดพลางเดินเข้าไปใกล้แล้วจัดชุดให้เข้าที่
“...” ยืนทำหน้างอ
“นี่ อย่าทำหน้างอสิ”
“ง่วงแล้วอ่า”
“ห้ามง่วง อดทน เข้าใจไหม”
“จะได้กลับตอนไหน”
“คงสัก 2 - 3 ชั่วโมง”
“นานอ่ะ”
“อย่าบ่นสิวอนอู นายนี่มัน…”
“สวัสดีครับคุณเจนนี่ คุณวอนอู เชิญทางนี้ครับ” สตาฟของงานเดินมากล่าวเชิญและผายมือให้กับเขาทั้งสอง ก่อนพาเดินไปยังอีกด้านเพื่อรอจอดของงานมารับ
“อีกสักครู่จะมีรถมารับคุณวอนอูนะครับ” เขากล่าวเมื่อพามาหยุดตรงที่รอรถ
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ผู้จัดการกล่าว
“ครับ อะไรนะครับ แต่...ครับๆได้ครับ” สตาฟรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป ก่อนเดินกลับมาหาเขาทั้งสอง ด้วยสีหน้าปนรู้สึกผิด
“เอ่อ...คือว่ารบกวนคุณสองคน รอรถคันต่อไปนะครับ”
“หมายความว่ายังงัยคะ”
“รถคันที่กำลังจะมาถึงมีคนขึ้นมาแล้วน่ะครับ ต้องขออภัยในการสื่อสารผิดพลาดด้วยนะครับ”
“แต่รอไม่นานใช่ไหมคะ”
“ไม่นานครับ ขอโทษด้วยนะคะ”
“ใครกันนะที่มาตัดหน้าแย่งขึ้นรถมาก่อนเนี่ย” เจนนี่ พูดพลางมองเข้าไปในรถที่ขับผ่านไป แต่ก็เห็นไม่ชัดนัก
“รถมาแล้วครับ คุณวอนอู”
“ดีๆนะ วอนอู”
เขาพยักหน้ารับ ก่อนก้าวขึ้นรถไป
ทันทีที่รถเคลื่อนมาถึงบริเวณพรมแดงของงาน วอนอูมองผ่านกระจกรถออกไปเห็นชายหนุ่มที่มากับรถคันก่อนหน้าเขา
“ตัวสูงจังแฮะ” เขานึกในใจก่อนก้าวลงจากรถหลังจากที่มีคนมาเปิดประตูรถให้ เขาสูดลมหายใจก่อนก้าวเดินไปบนพรมแดง เขาก้าวเท้ายาวๆก่อนนึกถึงคำพูดของผู้จัดการที่บอกให้เดินช้าๆ จึงลดความเร็วลงก่อนหยุดยืนนิ่งให้ช่างภาพกดชัตเตอร์ แม้ว่าจะไม่ค่อยชอบยืนอยู่หน้ากล้องเยอะๆแบบนี้ แต่ก็จำใจยกยิ้มให้กับกล้อง
ขณะกำลังหันไปตามเสียงเรียกของบรรดาช่างภาพก็เหลือบไปเห็นการโพสท่าถ่ายรูปของผู้ชายตัวสูงคนนั้น
“ขี้เก๊กชะมัดเลย” เขานึกในใจ ขณะที่อีกคนโพสท่าภูมิใจในสันกรามของตัวเองต่อหน้ากล้อง และบรรดาแฟนคลับที่ส่งเสียงกรี๊ดดังมาจากด้านหลัง
เขารอให้ผู้ชายคนนั้นเดินเข้าไปก่อนแล้วเขาจึงก้มศรีษะขอบคุณบรรดาช่างภาพ ก่อนเดินเข้าไปในงาน แล้วถอนหายใจทันทีที่เดินเข้าไปภายในฮอล์จัดแสดง
“เชิญครับคุณวอนอู” สตาฟในฮอล์เดินนำไปยังที่นั่งที่จัดไว้สำหรับเขา
ดารา นักแสดง ต่างทยอยกันเดินเข้ามาในสถานที่จัดงานจนเต็มทุกที่นั่งในโซนด้านหน้า ส่วนโซนด้านหลังเป็นโซนของบรรดาแฟนคลับที่มาให้กำลังใจคนที่ตนเองชื่นชอบกัน แม้ว่าเขาจะเข้าสู่วงการมานานแต่ก็ยังมีแฟนคลับจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากเขาค่อนข้างเลือกที่จะรับงาน และตัวเขาเองก็ดูไม่ได้ใส่ใจนักในเรื่องนี้ เพราะอันที่จริงแล้วเขาแค่อยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำและก็ไม่ได้คิดว่าจะอยู่ในวงการนานขนาดนี้
เวลา 20.00 น.
ภาพบนจอ LCD บนเวทีขึ้นตัวเลขนับถอยหลังเข้าสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ
งานประกาศรางวัลปลายปี ดำเนินไปจนมาถึง รางวัลพิธีกรดาวรุ่ง และหนึ่งในผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงคือผู้ชายที่เขาเจอที่พรมแดงและก็เป็นคนเดียวกันนี้ที่ได้รับรางวัลนี้ไป
วอนอูมองตามคนนั้นตั้งแต่ที่เขาลุกขึ้นยืนโค้งขอบคุณ เดินขึ้นไปรับรางวัลจนกระทั่งพูดขอบคุณ เขาพยายามไม่อคติแต่เขารู้สึกไม่ชอบคนๆนี้จริงๆ ในหัวมีแต่คำว่าขี้เก็กเต็มไปหมด แม้แต่ตอนที่กล่าวคำขอบคุณเขาก็ยังรู้สึกกว่าหมอนั่นเฟคไม่มีความจริงใจสักนิด เกลียด… วอนอูเกลียดคนนี้ !!
งานประกาศรางวัลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงที่สองของงาน วอนอูก้มมองเวลาที่ข้อมือก่อนเงยหน้ามองหาสตาฟไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่พบคนที่อยู่ใกล้เลยสักคน เขาแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วในตอนนี้ “ฮืออออ ไปไหนกันหมดนะ” เขาชะเง้อมองไปรอบๆอีกครั้ง จนในที่สุดก็บังเอิญสบตากับสตาฟที่อยู่ไกลออกไป สตาฟคนนั้นยกวิทยุสื่อสารขึ้นมาพูดอะไรบางอย่างลงไปก่อน ไม่นานหลังจากนั้นก็มีสตาฟอีกคนเดินมาหาเขา
“คุณวอนอูมีอะไรให้ช่วยคะ”
“เอ่อ...คือผม...ขอไปห้องน้ำได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” สตาฟพูดพลางเดินนำเขาไป
“เฮ้ออออ…ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะต้องกลั้นฉี่ไปจนจบงาน ว่าแต่เมื่อไรงานจะจบเนี่ย อยากกลับแล้ว” เขานึกขณะเดินออกมาจากห้องน้ำพลางก้มมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือ จนทำให้ชนเข้ากับคนๆหนึ่ง
“อ๊ะ...ขอโทษนะครับ” หน้าผากของเขาชนเข้ากับแผงอกของคนที่เดินสวนมา
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมเดินไม่ดูทาง” เขากล่าวขอโทษอีกครั้งพลางโค้งให้อีกคนอย่างเป็นทางการ
“เอ….คุณณณณ” เขาย่อตัวลงมาเพื่อมองหน้าของอีกคนที่กำลังก้มหน้าอยู่ พลางทำท่านึก
“อะไรนะครับ”
“อ๋อ คุณวอนอูใช่ไหมคนครับ”
หมอนี่รู้จักชื่อเราด้วย วอนอูนึกในใจก่อนตอบ “ใช่ครับ”
“ผมเกือบนึกชื่อคุณไม่ออกแน่ะ” ว่าพลางส่งยิ้มให้
คือจะสื่อว่าเราไม่ดังเท่างี้หรอ วอนอูนึกในใจ
“ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้นะครับ แต่ยังงัยก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
เขาพูดพลางยื่นมือออกมา
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” วอนอูตอบพลางยืนมือไปจับ
“มือนุ่มจังเลยนะครับ อ๊ะ...จริงสิผมนี่เสียมารยาทจังลืมแนะนำตัวเองไปเลยครับ”
ไม่ต้องแนะนำแล้วมั้ง ชื่อขึ้นจอขนาดนั้น  วอนอูนึก พลางดึงมือออกจากมือหนาที่เริ่มออกแรงบีบมากขึ้นทุกที
“ผมชื่อคิม มินกยูนะครับ”
“อ่า...ครับ คุณมินกยู”
“เมื่อกี้ได้ดูตอนที่ผมขึ้นไปรับรางวัลมั้ยครับ ตื่นเต้นมากๆเลยล่ะครับ”
น่านนนน มีความอวด ไอ้ขี้อวดเอ้ยยย วอนอูนึก
“อ้าว น้องมินกยูสวัสดีค่ะ ไม่เจอตั้งนานแน่ะ” พิธีกรผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินมาเอ่ยทักขึ้น
“เอ่อ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” วอนอูรีบปลีกตัวออกมาทันทีที่มีโอกาส
คิม มินกยู พิธีกรรายการเพลง หนุ่มดาวรุ่ง เพิ่งเข้าสู่วงการบันเทิงมาเป็นเวลาสองปี จากการชักชวนของแมวมองวงการนายแบบ ผลงานชิ้นแรกคือนายแบบเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ตามมาด้วยโฆษณาภาพนิ่งที่ปรากฏบนป้ายโฆษณาตามสถานที่ต่างๆและเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นที่งานเดินแบบด้วยรูปร่างที่ชวนมองของเขาจนติดอันดับการค้นหาในสื่อออนไลน์เป็นอันดับหนึ่งในเวลานั้น ต่อมาได้รับการติดต่อให้มาทำงานเป็นพิธีกรรายการเพลงจนถึงปัจจุบัน ซึ่งงานพิธีกรนี้เองที่ยิ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักและมีแฟนคลับจำนวนมาก
เฮ้อออออ ก็ยังขอยืนยันคำเดิมว่า ไม่ชอบไอ้หมอนี่เอาซะเลย แถมยังพูดจาประหลาดๆด้วย วอนอูนึก พลางก้มลงดูเวลาที่ข้อมือ เมื่อไรงานจะเลิกวอนอูอยากกลับบ้านแล้ววววว









ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม